สมุนไพรต่างๆ ที่นำมาแปรรูปเป็นสินค้าแล้วสามารถเพิ่มมูลค่าได้


ลงวันที่ :: 28 มิถุนายน 2559 จำนวนผู้เข้าดู :: 559
ประเทศเกษตรกรรมอย่างเรา มีผลิตผลระดับคุณภาพให้เลือกใช้มากมาย 1 ในนั้นก็คือบรรดาสมุนไพรต่างๆ ที่นำมาแปรรูปเป็นสินค้าแล้วสามารถเพิ่มมูลค่าและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งไทยและต่างประเทศเป็นอย่างมาก

 

 

เผยผลวิจัยพบ “เวชสำอาง” จากสมุนไพรไทยมีศักยภาพมากพอแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ ความขาว เนียนนุ่ม ชะลอความแก่ และแก้ผมหงอก ระบุไม่ต้องใช้เวลาการในทดสอบทางคลินิกเหมือนยาและอาหารเสริม ชี้สมุนไพรไทย 10 ชนิดทั้งว่านหางจระเข้ ขมิ้นชัน กาวเครือขาว หม่อน ชุมเห็ดเทศ มะขามป้อม บัวบก พริกไทยดำ ไพล และฟ้าทะลายโจร สามารถพัฒนาเป็นเครื่องสำอางได้ทันทีเหตุมีข้อมูลทางวิชาการรองรับอยู่มาก
       
       ทั้งนี้ ปัจจุบันสมุนไพรได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในรูปยาสมุนไพร อาหารเสริมและเครื่องสำอาง จากข้อมูลในปี พ.ศ.2546 พบความต้องการสมุนไพรของตลาดโลกมีมูลค่าสูงถึง 784,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของประเทศแม้จะมีพืชสมุนไพรอยู่เป็นจำนวนมาก แต่กลับพบว่าประเทศไทยมีการนำเข้าสมุนไพรมากกว่าการส่งออก ทั้งนี้ เนื่องจากคนไทยนิยมใช้สินค้าจากต่างประเทศซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสมุนไพรด้วย
       
       ภกญ.รศ.ดร.อรัญญา มโนสร้อย กรรมการสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีภูมิปัญญาเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรทางยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริมมาเป็นเวลานาน แต่ด้วยข้อจำกัดของกฎระเบียบทางการค้าต่างๆ ที่เกี่ยวกับการส่งออก ส่งผลให้ปัจจุบันยังไม่มีผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยแม้แต่ผลิตภัณฑ์เดียวสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ เพื่อสร้างองค์ความรู้และแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้ทำวิจัยเรื่อง “วิธีการพัฒนาสมุนไพรให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล” โดยการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าทั้งสารสกัดและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรจากต่างประเทศ รวมทั้งสร้างรายได้เพิ่มให้กับประเทศด้วย
       
       ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า แนวโน้มของฤทธิ์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่นิยมในปัจจุบันและอนาคตที่ตลาดโลกต้องการ ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ชะลอความแก่ ให้ผิวขาว แก้ผมหงอก และผลิตภัณฑ์สำหรับลดความอ้วน ซึ่งจะต้องมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูง
       
       “ต่างประเทศให้ความสนใจกับสมุนไพรไทยค่อนข้างมาก แต่ประเทศไทยยังมีข้อมูลหรือองค์ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรน้อยมาก โดยสมุนไพรไทยที่ส่งออกส่วนใหญ่จะเป็นพวกน้ำมันหอมระเหย หรือเครื่องหอมต่างๆ เท่านั้น แม้ว่าประเทศไทยจะมีการใช้สมุนไพรมาช้านานในเรื่องของตำรับยาไทย เครื่องประทินผิว หรือเครื่องหอมจากสมุนไพร แต่เป็นที่น่าเสียดายว่ายังไม่มีผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยชิ้นใดสามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้ แม้ว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนด้านนี้มาโดยตลอด ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะยังขาดข้อมูลทางคลินิกซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญในการยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้ในมนุษย์ ขาดการพัฒนาทางเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ รูปแบบ และบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้กฎหมายและระเบียบของประเทศที่เป็นตลาดใหญ่ของโลกมีความเข้มงวดมาก ทำให้การพัฒนาสมุนไพรในรูปแบบยาหรืออาหารเสริมเป็นไปได้ยาก”
       
       อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสมุนไพรไทยในรูปแบบเครื่องสำอางนั้น ประเทศไทยน่าจะสามารถทำได้ ทั้งนี้ เนื่องจากเครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับภายนอกที่มีกฎเหมายและระเบียบต่างๆ เข้มงวดน้อยกว่า รวมทั้งประเทศไทยเองยังมีสมุนไพรหลายชนิดที่มีฤทธิ์ทางเครื่องสำอางที่ตลาดโลกสนใจ ที่จะสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันในตลาดโลกได้ สำหรับสมุนไพรที่น่าสนใจที่น่าจะนำมาพัฒนาในรูปแบบเครื่องสำอางมีประมาณ 10 ชนิด คือ ว่านหางจระเข้ ขมิ้นชัน กวาวเครือขาว หม่อน ชุมเห็ดเทศ มะขามป้อม บัวบก พริกไทยดำ ไพล และฟ้าทะลายโจร
       
       สมุนไพร เหตุผลสำคัญที่เลือก ฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอาง
       

       ว่านหางจระเข้
 - มีการใช้สารสกัดเป็นมอยส์เจอไรเซอร์มาก - ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ - ใช้ใน antiaging skin care เพื่อการส่งออกได้ - มีงานวิจัยมาก - ให้ความชุ่มชื้น - ชะลอความแก่
       
       ขมิ้นชัน - ใช้เป็น whitening/antiaging - มีภูมิปัญญาล้านนาสนับสนุนในการมีผลต่อการงอกของผม - มีงานวิจัยอยู่มาก - แก้อักเสบ - ชะลอความแก่ - ให้ผมงอก - ให้ผิวขาว
       
       กวาวเครือขาว - เป็นสมุนไพรที่จะเป็นเอกลักษณ์ของไทยได้ เพราะมีภูมิปัญญาไทยสนับสนุน - ใช้เป็น whitening/antiaging - ต้านอนุมูลอิสระ - ชะลอความแก่ - ให้ผิวขาว/ให้ความชุ่มชื้น
       
       หม่อน - ลดการนำเข้าสารสกัดจากต่างประทศ - ใช้แทน licorice extract ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็น whitening - ต้านอนุมูลอิสระ- ชะลอความแก่ - ให้ผิวขาว
       
       ชุมเห็ดเทศ - มีภูมิปัญญาล้านนาสนับสนุนเกี่ยวกับการงอก ของผม ป้องกันผมร่วง - แก้กลาก หิด
       
       มะขามป้อม - มีสารต้านอนุมูลอิสระใช้เป็น whitening/ antiaging - ต้านอนุมูลอิสระ - ชะลอความแก่
       
       บัวบก - มีผลงานวิจัยทางเครื่องสำอางอยู่มาก - มีสารช่วยลดแผลเป็น - ลดรอยแผลเป็น
       
       พริกไทยดำ - มีผลงานวิจัยทางเครื่องสำอางอยู่มาก - มีสารต้านอนุมูลอิสระและชะลอความแก่ และใช้ลดความอ้วน - ต้านอนุมูลอิสระ - ชะลอความแก่ - ลดความอ้วน
       
       ไพล - มีผลงานวิจัยทางเครื่องสำอางอยู่มาก - มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดการนำเข้าสาร สกัดจาก chamomile ที่ไทยนำเข้าในมูลค่าสูง เพื่อผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง - แก้อักเสบ/แก้ปวด
       
       ฟ้าทะลายโจร - มีสารต้านการอักเสบซึ่งสามารถนำมาใช้ใน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหนัง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กันแดดและให้ผิวขาวและเป็นการทดแทนการนำสารสกัด chamomile จากต่างประเทศ - แก้อักเสบ
       
       เภสัชกรหญิง รศ.ดร.อรัญญา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้การสนับสนุนและผลักดันทั้งงบประมาณและบุคลากรในพัฒนาสมุนไพรไทยพอสมควร แต่เนื่องจากมีหลายหน่วยงานที่ทำงานวิจัยด้านนี้อยู่ทำให้งบวิจัยกระจัดกระจายไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ประเทศไทยขาดการวิจัยและพัฒนาการควบคุมประสิทธิภาพมาตรฐาน และขาดการทดสอบประสิทธิภาพเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สมุนไพรไทยได้รับการรับรองมาตรฐานเพื่อให้เข้าสู่ตลาดโลกได้
       
       “คนไทยส่วนใหญ่มักมองข้ามผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ซึ่งหากเราสามารถพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยงามเป็นที่ต้องการของตลาด และมีการประชาสัมพันธ์ที่ดีประกอบกับข้อมูลทางวิชาการ มีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเชื่อว่าอนาคตของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในตลาดโลกคงอยู่ไม่ไกลมากนัก” 

 

 

ผู้เขียน :: Admin