เสริมกลยุทธ์ปลุกธุรกิจเครื่องประดับรับขาลง


ลงวันที่ :: 25 พฤษจิกายน 2559 จำนวนผู้เข้าดู :: 242
เสริมกลยุทธ์ปลุกธุรกิจเครื่องประดับรับขาลง

 

กุนเชียงสายพันธุ์ใหม่ กวาดรายได้ร้อยล้าน

 
ธุรกิจเครื่องประดับ ถือเป็นธุรกิจที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน แต่ในปีนี้ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังค่อนข้างซบเซา ภาพรวมของธุรกิจเครื่องประดับอาจจะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อผู้บริโภค เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากนัก ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการควรหันมาปรับตัวรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมากขึ้น ทั้งนี้ หากวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องประดับในปัจจุบัน สามารถดำเนินธุรกิจให้มีผลประกอบการ หรือขยายฐานกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นนั้น ได้แก่



1.คิดต่าง สำหรับสินค้าเครื่องประดับ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าแฟชั่น การตัดสินใจซื้อส่วนใหญ่ ไม่ได้มาจากอรรถประโยชน์ แต่มาจากความพึงพอใจเป็นหลัก ดังนั้น จุดขายที่ควรจะเพิ่มเข้ามาอีกอย่างหนึ่งคือความแปลกและแตกต่าง  ซึ่งทำให้ตัวสินค้าดูมีคุณค่า น่าครอบครองและจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อได้เร็วมากขึ้น



2.บริหารเป็น โดยเฉพาะให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเงินบาทไทยที่ยังมีแนวโน้มปรับตัวผันผวน ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรปและจีน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักในการผลิตอย่าง ทองคำ ที่ราคามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตั้งแต่ต้นปี 2559



3.เข้าใจผู้ซื้อ ในการทำธุรกิจยุคใหม่ วิธีการเอาชนะใจลูกค้าที่สำคัญอย่างหนึ่ง ก็คือ การเข้าถึงความต้องการของลูกค้าและตอบสนองความต้องการนั้นให้ตรงจุด 

 
4.ดึงความสนใจลูกค้า โดยให้ความสนใจกับการขยายช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์ หรือ E-Commerce ทั้งในส่วนของเว็บไซต์ของทางร้านเอง หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย อาทิ Facebook Instagram หรือตลาดกลางออนไลน์ (Market Place) ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่การนำเสนอสินค้าและโปรโมชั่นที่แตกต่างและจูงใจให้ตัดสินใจซื้อเมื่อเทียบกับช่องทางหลัก

 

 

ผู้เขียน :: Admin