บิ๊ก mai แนะ SMEs & Start Up ผนึกกำลังใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจ (ชมคลิป)


ลงวันที่ :: 1 มีนาคม 2559 จำนวนผู้เข้าดู :: 624

 

บิ๊ก mai แนะ SMEs & Start Up ผนึกกำลังใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจ (ชมคลิป)
นายประพันธ์ เจริญประวัติ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ mai

        ผู้จัดการตลาดหุ้น mai แนะผู้ประกอบการทั้ง SMEs & Start Up ดึงเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เชื่อจะทำให้กิจการเติบโตแบบก้าวกระโดด แนะผู้ประกอบการผนึกกำลังเสริมจุดแข็ง อุดช่องโหว่ระหว่างกัน ช่วยทำให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้
       
       


       
       นายประพันธ์ เจริญประวัติ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ mai กล่าวในงานสัมมนา “โลกการเงินใหม่ในยุค 4G” ว่า ดิจิตอลเทคโนโลยีในปัจจุบันมีบทบาทอย่างมากต่อการขับเคลื่อนธุรกิจในหลายหมวดหมู่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียน หรือผู้ประกอบการขนาดใหญ่ มีการปรับใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ SMEs ส่วนใหญ่มักมองข้ามความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งในความเป็นจริงมีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่ม Start Up รุ่นใหม่ที่จะต้องมีการทำความเข้าในในรูปแบบธุรกิจ การแสวงหาแหล่งเงินทุน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการวางระบบบัญชีที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้กลุ่ม Start Up เติบโตต่อไปได้
       
       อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการทั้ง 2 กลุ่มควรจะต้องเชื่อมโยงประสานความรู้ระหว่างกัน คือ SMEs มีความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจ แต่มักไม่มีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ ขณะที่กลุ่ม Start Up มีความเชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยี แต่ขาดประสบการณ์ในด้านการทำธุรกิจ ซึ่งหากนำทั้ง 2 กลุ่มมารวมกัน ผนึกกำลังเสริมจุดแข็ง อุดช่องโหว่ระหว่างกันก็จะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการทั้ง 2 กลุ่มเติบโตอย่างยั่งยืนได้
       
       ทั้งนี้ กลุ่ม SMEs ในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบที่มาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ โดยกลุ่ม SMEs หลายแห่งยังไม่มีการกำหนดบทบาทด้านการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน แต่ทั้งนี้จากการที่รัฐบาลได้พยายามผ่อนปรนด้วยการเตรียมออกกฎนิรโทษกรรมทางด้านภาษี เพื่อให้กลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้มีการจัดทำระบบบัญชีที่ถูกต้องเพียงบัญชีเดียว ซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น
       
       ขณะที่ในส่วนของการปรับเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai นั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือเพื่อร่างกฎเกณฑ์เตรียมที่จะปรับใช้ใหม่ เพื่อให้บริษัทที่จะเข้ามาจดทะเบียนมีคุณภาพที่ดี และสะท้อนถึงความเป็นจริงของบริษัทจดทะเบียนที่จะเข้ามาทำการระดมทุนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีรายละเอียดคร่าวๆ คือ ในส่วนของทุนจดทะเบียนจากเดิม 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 50 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมจาก 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านบาท กำไรจากเดิมที่มากกว่า 0 เพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ส่วนของการกระจายหุ้นจากเดิม 20% เพิ่มขึ้นเป็น 25% ซึ่งจะมีการหารือเพื่อหาข้อสรุป และประกาศใช้ภายในเร็วๆ นี้